เห็ด อาหารน่ามหัศจรรย์

พฤษภาคม 21st, 2009

 

ที่ว่าเห็ดเป็นอาหารน่ามหัศจรรย์นั้น จากฤดูการเกิดก็ไม่เหมือนกับพืชผักชนิดอื่นๆ ใช้เวลาเพาะเพียงสั้นๆ แต่ได้จำนวนมากมายดาษดื่น ถึงเวลางอกงามแต่ละทีก็ผุดขึ้นราวกับตั้งนาฬิกาปลุกธรรมชาติ พอใกล้เวลาก็มุดหายลงดิน เก็บตัวเงียบรอเวลาอีกครั้ง คนเก็บจะต้องมีความชำนาญ รู้ลักษณะ รู้ชนิด รู้ต้นตอแหล่งกำเนิด เพราะเห็ดบางชนิดเห็นหน้าตาสวยงาม อาจกลายเป็นเห็ดมีพิษ ใครไม่รู้จริงเผลอนำไปรับประทานเป็นได้เดือดร้อนกันแน่ 

ปัจจุบันเห็ดที่เรานิยมรับประทานกันมีอยู่มากมายหลายชนิด มีทั้งแบบสด บรรจุกระป๋อง หรือแม้แต่เห็ดตากแห้ง ความนิยมในการรับประทานมีมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยรูปแบบ และรสชาติเฉพาะตัวที่แตกต่างจากอาหารประเภทพืชผักด้วยกัน รวมทั้งการที่คนหันมานิยมรับประทานอาหารแบบมังสวิรัติกันมากขึ้น ก็ทำให้เห็ดถูกนำมาใช้ปรุงอาหารแทนเนื้อสัตว์มากขึ้นตามไปด้วย มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่าเห็ดมีคุณสมบัติป้องกันโรคได้ 

ในประเทศจีน และญี่ปุ่น นิยมนำเห็ดมาปรุงเป็นน้ำแกง น้ำชา ยาบำรุงร่างกาย และยารักษาโรคต่างๆ มีการทำวิจัยเกี่ยวกับเห็ดมากว่า 30 ปียืนยันว่าในเห็ดมีสารบางอย่างที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และช่วยในการต้านมะเร็งหลายๆ ชนิดด้วย 

ในสหรัฐอเมริกาก็มีการทำวิจัยเกี่ยวกับเห็ดเช่นกันได้ผลออกมายืนยันการค้นพบแบบเดียวกับชาวเอเชีย แต่สำหรับการวิจัยถึงผลการใช้เห็ดเป็นยารักษาโรคนั้นยังคงอยู่ในขั้นแรกๆ เท่านั้น 

เห็ดที่นักวิทยาศาสตร์นิยมเอามาวิเคราะห์เพื่อการวิจัยนั้นส่วนใหญ่เป็นเห็ดชนิดที่คนมักนำมาปรุงอาหาร และหาได้ง่าย เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดกระดุมหรือแชมปิญอง เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดโคน เห็ดหูหนู หรือ เห็ดหลินจือ อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่าเห็ดแชมปิญอง (White mushroom) มีบทบาทช่วยในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด เมื่อเทียบกับเห็ดรับประทานได้ชนิดอื่นๆ โดยสารบางอย่างในเห็ดชนิดนี้ไปช่วยยับยั้งเอ็นไซม์ aromatase ทำให้เกิดการยับยั้งการแปรฮอร์โมนแอนโดรเจนให้กลายเป็นเอสโตรเจนในผู้หญิงวัยหมด ประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย 

ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการทดลองนำเห็ดหอมมาสกัด พบว่าในเห็ดหอม ให้น้ำตาลโมเลกุลขนาดใหญ่ (mega-sugar) ที่เรียกว่า เบต้ากลูแคนส์ (beta-glucans) ถึง 2 ชนิด ได้แก่ lentinan และ LEM (Lentinula edodes mycelium) ซึ่งช่วยทำหน้าที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับการติดเชื้อ และชะลอการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ซึ่งในการทดลองให้สาร lentinan กับผู้ป่วยมะเร็งร่วมกับการทำเคมีบำบัดก็พบว่าก้อนมะเร็งมีขนาดลดลง และอาการข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดก็เกิดขึ้นน้อยลงด้วย 

ขณะนี้ทีมวิจัยในญี่ปุ่นกำลังมองหาความเป็นไปได้ในการใช้ LEM ที่ได้จากเห็ดหอมมาบำบัดผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV และยังพบอีกว่า สารสกัดจากเห็ดหอมอีกตัวหนึ่ง ชื่อ eritadenine เป็นตัวช่วยลดปริมาณไขมันในเลือดและระดับโคเลสเตอรอลให้กับร่างกายได้อีกด้วย 

หลากหลายพันธุ์เห็ดรสอร่อย 

เห็ดนำมาปรุงอาหารให้อร่อยได้หลากหลายวิธี ทั้งต้มน้ำแกง ผัด ยำ ย่าง หรือทอด ที่เห็นมากในบ้านเรา ได้แก่ 

เห็ดหอม มีทั้งแบบเนื้อบางและหนา คนนิยมนำเห็ดหอมตากแห้งมาปรุงอาหารเพราะให้กลิ่นหอมมากกว่าแบบสด ซึ่งก่อนปรุงต้องลวกในน้ำเดือดประมาณครึ่งชั่วโมง หรือแช่น้ำอุ่นประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ช่วยให้เนื้อเห็ดนุ่มขึ้น น้ำแช่เห็ดหอมนี้ยังเก็บเอาไปทำเป็นน้ำสต๊อกปรุงรสอาหารได้ด้วย คนนิยมนำมาปรุงอาหารเจ เพราะเนื้อนุ่มเหนียวและกลิ่นหอมชวนกิน ชาวจีนยกให้เห็ดหอมเป็นอาหารตำรับ “ อมตะ ” เพราะคุณสมบัติความเป็นยาบำรุงกำลัง และบรรเทาอาการไข้หวัด การไหลเวียนเลือดไม่ดี ปวดกระเพาะอาหาร รวมทั้งอาการเหนื่อยอ่อนเพลีย ซึ่งเห็ดหอมนี้จะให้โปรตีนได้มากกว่าเห็ดแชมปิญองถึง 2 เท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังอุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินบี ซีลีเนียม และธาตุอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ช่วยบำรุงกระดูกแข็งแรง ลดไขมันในเลือด และต้านโคเลสเตอรอล 

เห็ดหูหนูดำ 

นอกจากเห็ดหูหนูดำแล้วยังมีเห็ดหูหนูขาว เนื้อกรุบกรอบคล้ายๆ กัน แถมยังมีสีขาวน่ารับประทานมากกว่า ตามร้านเย็นตาโฟนิยมนำมาใช้แทนแมงกะพรุน หรือต้มเป็นสุกี้หรือทำยำรวมมิตรก็อร่อยไม่น้อย 

เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า และเห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดสามอย่างนี้อยู่ในตระกูลเดียวกัน เจริญเติบโตเป็นช่อๆ คล้ายพัด เห็ดนางรมมีสีขาวอมเทา เห็ดนางฟ้าจะมีสีขาวอมน้ำตาล ขณะที่เห็ดเป๋าฮื้อจะมีสีคล้ำและเนื้อเหนียวหนา และนุ่มอร่อยคล้ายเนื้อสัตว์มากกว่า จึงมักถูกจัดเป็นอาหารจานหรูเมนูจักรพรรดิ์ ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด และโรคกระเพาะอาหาร เห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมผิวเรียบนุ่ม รสชาติก็นุ่ม นำมาปรุงได้หลายแบบทั้งผัด ชุบแป้งทอด หรือแม้แต่ย่างก็ให้รสชาติดี แต่ไม่ควรใช้ไฟแรงเพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสหมดไป 

เห็ดฟาง เป็นเห็ดยอดนิยมของคนไทย นิยมเพาะกันบนกองฟางข้าวชื้นๆ โคนมีสีขาว ส่วนหมวกสีน้ำตาลอมเทา หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดตลอดทั้งปี ให้วิตามินซีสูง และมีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด เชื่อว่าหากรับประทานประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันลดการติดเชื้อต่างๆ แต่ก็ไม่ควรรับประทานสดๆ เพราะมีสารที่คอยยับยั้งการดูดซึมอาหาร ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก และลดอาการผื่นคันต่างๆ 

เห็ดหลินจือ นอกจากใช้รับประทานแล้ว ปัจจุบันยังมีการนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางอีกด้วย เพราะมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส แถมยังมีฤทธิ์แก้อักเสบ ลดความดันเลือด แก้ปวดศีรษะ รวมทั้งลดไขมันในเส้นเลือดด้วย 

เห็ดเข็มทอง เป็นเห็ดสีขาวหัวเล็กๆ ขึ้นติดกันเป็นแพ รสชาติเหนียวนุ่ม นำมารับประทานแบบสดๆ ใส่กับสลัดผักก็ได้ ถ้าชอบสุกก็นำไปย่าง ผัดหรือลวกแบบสุกี้ 

เห็ดกระดุม หรือเห็ดแชมปิญอง รูปร่างกลมมน ผิวเนื้อนุ่มนวล มีให้เลือกทั้งแบบสด หรือบรรจุกระป๋อง 

เห็ดโคลน เป็นเห็ดหายาก รสอร่อย ที่จะมีให้รับประทานเฉพาะในหน้าฝน บางคนจึงนิยมนำมาทำเป็นเห็ดดองเพื่อเก็บไว้รับประทานตลอดปี 

นานาสารอาหารจากเห็ด 

เห็ดเป็นอาหารที่ปราศจากไขมัน มีปริมาณน้ำตาล และเกลือต่ำมาก แถมยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงเมื่อเทียบกับโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ มีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี วิตามินบีรวม ซีลีเนียม โปแตสเซียม และทองแดง จึงเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูงที่ควรเลือกรับประทานเป็นประจำ 

ซีลีเนียม เป็นสารอาหารที่ช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระใกล้เคียงกับวิตามินอี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งและโรคภัยต่างๆ ที่มากับวัยสูงอายุ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ การรับประทานเห็ดหอม (ชิ้นขนาดกลางๆ 5 ชิ้น) จะให้ซีลีเนียมประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน นอกจากในเห็ดแล้ว ยังมีอยู่ในธัญพืช และเนื้อสัตว์ด้วย 

โปแตสเซียม เป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ความสมดุลของน้ำในร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อ และระบบประสาทต่างๆ ทาง FDA ของสหรัฐอเมริการะบุไว้ว่าการรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของโปแตสเซียมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความดันเลือดสูง และอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งในเห็ดนั้นมีโปแตสเซียมสูง และโซเดียมต่ำ การรับประทานอาหารที่ปรุงจากเห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปิญอง 1 จานจะให้โปแตสเซียมได้พอๆ กับส้มหรือมะเขือเทศลูกโตๆ เลยทีเดียว 

วิตามินบีรวม ในเห็ดขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบีรวม ไม่ว่าจะเป็น ไรโบฟลาวิน (ที่นอกจากจะได้จากเห็ดแล้ว ยังมีมากในเครื่องในสัตว์ นม ไข่ และเต้าหู้) ช่วยบำรุงสุขภาพผิวพรรณและการมองเห็น ขณะที่ไนอาซิน (ยังพบมากในปลาทูน่า เนื้อแดง ถั่วลิสง และอะโวคาโด) จะช่วยควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหาร และระบบประสาท สถาบันอาหารแห่งสหรัฐอเมริกาได้ประมาณไว้ว่า การรับประทานเห็ดแชมปิญองขนาดกลางๆ 5 ชิ้น จะได้ปริมาณไรโบฟลาวินมากพอๆ กับการดื่มนมสดถึง 8 ออนซ์ 

ทองแดง เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการเช่นเดียวกันเพื่อมาช่วยเสริมการทำงานของธาตุเหล็ก 

แล้วคุณล่ะคะ ชอบรับประทานเห็ดชนิดไหน อย่าลืมเลือกสรรเห็ดมาปรุงอาหารอร่อยๆ กันเป็นประจำ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณและครอบครัวค่ะ

 
     

น้ำแอปเปิล…เสริมความจำ

พฤษภาคม 21st, 2009

 


บรรดาผู้ที่ติดตามข่าวคราวทางสุขภาพคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า An apple a day keeps the doctor away ซึ่งเปรียบสรรพคุณของแอปเปิลว่า การรับประทานแอปเปิลเพียงวันละผลสามารถทำให้ห่างไกลจากหมอหรือไม่ต้องไปหาหมอ ทั้งนี้เนื่องมาจากมีงานวิจัยหลายชิ้นกล่าวถึงประโยชน์มากมายของแอปเปิล ทั้งบำรุงหัวใจ ลดโคเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดความอยากอาหารและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยลดการถูกโรคร้ายทั้งหลายคุกคาม และล่าสุดพบว่าการดื่มน้ำแอปเปิลยังอาจช่วยเสริมความจำและป้องกันภาวะสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุได้

จากการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองของ University of Massachusettse Lowell (UML) เผยว่าการดื่มน้ำแอปเปิลอาจช่วยเพิ่มการสร้างของสารสื่อประสาทในสมองที่มีชื่อว่า อะซีทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการเรียนรู้และความทรงจำ จึงช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้ ปกติแล้วสารสื่อประสาททั้งหลาย รวมทั้งสารอะซีทิลโคลีน เป็นสารเคมีที่ถูกสร้างและหลั่งมาจากเซลล์ประสาทเพื่อส่งต่อไปยังเซลล์ประสาทข้างเคียง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทด้วยกัน ในการควบคุมการทำงานของทุกส่วนในร่างกาย ตั้งแต่การนั่ง นอน ยืน เดิน รับประทาน รู้สึกและสัมผัส รวมถึงการนึกคิด

ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยเผยว่า โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองจนก่อให้เกิดความบกพร่องทางความทรงจำ การตัดสินใจหรือการใช้เหตุผล โดยมักมีอาการหลงลืม สับสนหรืออารมณ์แปรปรวน ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้สูงอายุนั้น จะมีปริมาณของสารอะซีทิลโคลีนในสมองน้อยกว่าปกติมาก อย่างไรก็ตามหากมีการเพิ่มปริมาณของสารอะซีทิลโคลีน ก็สามารถช่วยเพิ่มความทรงจำ ลดการหลงลืมและสามารถชะลอภาวะเสื่อมของสมองในผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์ได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่เผยว่า ผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างพวกบลูเบอร์รี แอปเปิลนั้น ก็มีส่วนช่วยชะลอภาวะความจำเสื่อมในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ และยังให้ผลดีกว่าพวกอาหารเสริมหรือวิตามินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระทั้งหลาย

โดยงานวิจัยนี้ได้ศึกษาในหนูทดลองปกติวัยผู้ใหญ่ วัยชรา และหนูทดลองสายพันธุ์พิเศษที่มีการตัดต่อพันธุกรรมจนสามารถเกิดอาการของโรคอัลไซเมอร์แบบเดียวกับที่เกิดในคน โดยแบ่งให้รับประทานอาหารปกติ อาหารที่ขาดสารอาหารจำเป็น หรืออาหารที่ขาดสารอาหารที่จำเป็นแต่รวมกับการดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นแทนน้ำ เป็นเวลา 1 เดือน พบว่าหนูปกติ วัยชรา และหนูที่เป็นอัลไซเมอร์ ซึ่งรับประทานอาหารที่ขาดสารอาหารที่จำเป็นจะมีปริมาณของสารอะซีทิลโคลีนในเนื้อสมองลดลง แต่ปริมาณของสารนี้กลับเพิ่มสูงขึ้นในหนูที่ดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นร่วมด้วย อีกทั้งเมื่อนำหนูเหล่านี้ไปทดสอบเกี่ยวกับการเรียนรู้และความจำ พบว่าหนูที่ดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นจะมีพฤติกรรมการเรียนรู้และความจำที่ดีกว่าหนูที่ไม่ดื่มน้ำแอปเปิล 

จึงเป็นไปได้ว่าการดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นอาจช่วยเสริมความจำ โดยมีผลการเพิ่มปริมาณของสารสื่อประสาทอะซีทิลโคลีน ที่ช่วยกระตุ้นความทรงจำ เพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพการเรียนรู้ อีกทั้งช่วยชะลอความเสื่อมของสมองอันเนื่องมาจากอายุที่มากขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งน้ำแอปเปิลเข้มข้นที่ให้หนูกินในแต่ละวัน สามารถเทียบได้กับการดื่มน้ำแอปเปิลเข้มข้นแก้วละ 8 ออนซ์ วันละ 2 แก้ว หรือเท่ากับการรับประทานแอปเปิลวันละ 2-3 ลูก

 
     

“ต่อผม” สวยจริง หรือ ยุ่งยาก

พฤษภาคม 21st, 2009

ผม ผมแตกปลาย

“ต่อผม” สวยจริง หรือ ยุ่งยาก ?

หวีผม ดูแลผม ผู้หญิง… ก็ย่อมต้องอยากสวย ให้สวยง่ายๆ ก็แค่เปลี่ยนทรงเท่านั้นเอง  ผมยาวก็ตัดให้สั้น แค่นี้ก็เปลี่ยนลุคแล้ว แต่ผมสั้นจะอยากให้ยาวแบบฉบับประหยัดเวลา ก็แค่ไปต่อผมเท่านั้นเอง  !

ฮอตฮิตกันสุดๆ กับการต่อผม ไปร้านทำผมร้านไหนๆ ก็มีผมปลอม - ผมจริงให้ต่อกันเป็นแถวๆ  ขนาดร้านข้างทางก็ยังมีให้เห็นบ่อยไป หลายต่อหลายรายที่ต่อผมไปแล้วเวิร์คก็มี ดับก็มาก ! ข้อดีก็มีนะ แต่ปัญหาก็สารพัน สาวไหนที่กำลังตัดสินใจไม่ได้ ยังกล้าๆ - กลัวๆ  ลองมาดูข้อดี - ข้อเสียที่เรายกมาให้ดูเพื่อประกอบการตัดสินใจจ้า…

ข้อดี
+ เปลี่ยนรูปหน้าได้ทันตาและทันใจ
+ ไม่ต้องเสียเวลารอเลี้ยงผมให้ยาว
+ เมื่อเบื่อทรงนี้ก็สามารถเปลี่ยนทรงด้วยการตัด หรือต่อผมใหม่ได้

ข้อเสีย
- ดูแลยาก สระผมลำบาก เพราะต้องคอยระวังช่อผมจะหลุดร่วงออกมา
-  ควรดูแลให้ผมแห้งสะอาดตลอดเวลา
- เกิดกลิ่นอับได้ง่ายๆ ยิ่งในช่วงหน้าฝนและอากาศร้อนๆ อย่างนี้ไม่อยากจะเซด
-  อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคผิวหนังบนศีรษะได้ง่ายๆ ทั้งผมร่วง เชื้อราบนหนังศีรษะ ฯลฯ
-  เคยมีกรณีตัวอย่างหลายราย ที่ไปทำมาแล้ว เกิดอาการแพ้  ผมมีกลิ่นแรง เจ็บหนังศีรษะ ทั้งนี้เนื่องจากกรรมวิธีที่ไม่ถูกต้องในการต่อผม และกาวที่ใช้ต่อผมมีคุณภาพไม่ดีพอ

คุณรู้หรือไม่  :
1. เส้นผมจำนวนมากที่เราใช้สำหรับต่อผมมีแหล่งที่มา มาจากทั้งเวียดนาม ประเทศจีน และอินเดีย
2. สาวอินเดียจะตัดผมตัวเองเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา คล้ายๆ กับว่าเป็นวิธีการสังเวยอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการต่ออายุให้กับพวกเธอได้
3. พ่อค้าหัวหมอในอินเดียจึงนำเส้นผมเหล่านี้มาขายต่อให้กับผู้ซื้อในยุโรปใน ราคา กรัมละ 15 รูปี (ทั้งนี้เป็นเส้นผมที่ทำความสะอาด แยกประเภทสีผมและขนาดของเส้นผมแล้วนะ แต่รู้ไหมว่า ในยุโรปจะชาร์จ ลูกค้าผู้มาต่อผม ถึง 200 - 600 ปอนด์ยูโร
4. น้ำหนักของเส้นผมมีส่วนสำคัญต่อการแบกรับน้ำหนักบนหนังศีรษะ คุณอาจปวดศีรษะ ปวดคอ เป็นโรคกระดูกสันหลังได้
5. กาวที่ใช้สำหรับการต่อผมจะต้องเป็นกาวที่ใช้เพื่อการต่อผมโดยเฉพาะ ซึ่งจะทำลายเส้นผมและหนังศีรษะของคุณได้

สาหร่ายแหล่งอาหารมีคุณ

พฤษภาคม 21st, 2009

 


สาหร่าย กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในคนหลายวัย มีทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากจีน ญี่ปุ่น ที่กำลังมาแรงคือสาหร่ายจากเกาหลี ส่วนใหญ่เป็นของกินเล่น เคี้ยวเพลิน สาหร่ายมีอยู่ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม น้ำพุร้อน หิมะหรือที่ขึ้นตามต้นไม้ แต่สาหร่ายที่นำมาเป็นอาหาร ได้แก่ สาหร่ายทะเล และสาหร่ายน้ำจืด 

สาหร่ายเป็นแหล่งของโปรตีนคล้ายเนื้อสัตว์ ชาวญี่ปุ่นและชาวจีนเป็นชาติแรกๆ ที่เห็นคุณค่าของสาหร่าย อาหารญี่ปุ่นมีเมนูอาหารที่ใช้มีสาหร่ายมากมาย ส่วนอาหารจีนก็เช่นเดียวกัน คนจีนเรียกสาหร่ายทะเลว่า “ จีฉ่าย ” นอกจากปรุงอาหารแล้ว สมัยนี้ยังนิยมนำมาทำเป็นขนมปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง น้ำตาล พริกไทย หรือเครื่องปรุงรสต่างๆ สาหร่ายเหล่านี้จะเป็นสายพันธุ์ Porphyra ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า nori เป็นสาหร่ายสีแดง ส่วนอีกสายพันธุ์สายพันธุ์ Laminaria เป็นสาหร่ายสีน้ำตาล 

คุณค่าสารอาหารของสาหร่าย 

สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของสาหร่ายทะเล ทั้งชนิดแผ่นกลมไม่ปรุงรส (จีฉ่าย) ที่นิยมนำมาประกอบอาหาร และสาหร่ายปรุงรสชนิดบรรจุซอง โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จากการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ พบว่ามีโปรตีนระหว่าง 10-40 กรัมต่อสาหร่าย 100 กรัม (1 ขีด) ซึ่งถ้าเทียบกับอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี เช่น เนื้อสัตว์ที่นำมาทำแห้ง เช่น เนื้อวัวอบแห้ง – หมูแผ่น- กุ้งแห้ง ซึ่งจะมีโปรตีนปริมาณ 50-11- 60 กรัมตามลำดับ ก็จัดได้ว่าสาหร่ายทะเลแห้งชนิดแผ่นสามารถ เป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน จีฉ่ายที่นิยมนำมาประกอบอาหารมีปริมาณโปรตีนสูงที่สุด เมื่อเทียบกับสาหร่ายชนิดปรุงรส นอกจากนี้คุณค่าใยอาหาร (Dietary fiber) พบว่ามีสูงตั้งแต่ 27-41 กรัมต่อสาหร่าย 100 กรัม และถ้ากินจีฉ่ายแผ่นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 22 ซม. 1-5 แผ่นต่อวันจะได้รับใยอาหารคิดเป็นร้อยละ 7 ของความต้องการใยอาหารต่อวัน แต่ถ้าเด็กๆ กินสาหร่ายแบบแผ่นปรุงรส (ขนาด 8.5 ซม. X 3.0 ซม.) ก็ต้องกินเกือบ 30 แผ่น (ประมาณ 7 ซอง) ต่อวันจึงจะได้เส้นใยอาหารในปริมาณเท่ากัน ดังนั้นควรรับประมานแบบไม่ปรุงรสที่นำมาประกอบอาหารจะให้คุณค่ามากกว่า 

นอกจากนี้สาหร่ายยังมีไขมัน แป้ง และน้ำตาลจัดว่าน้อยมาก ซึ่งน่าจะเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง หรือเด็กที่ชอบกินจุบจิบ เช่น ขนมกรุบกรอบที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันสูง นอกจากนี้สาหร่ายยังมีโปรตีน และให้พลังงานโดยรวมอยู่ระหว่าง 382-366 กิโลแคลอรีต่อสาหร่าย 100 กรัม ดังนั้นถ้ากินสาหร่ายปรุงรส 1 ซอง ซึ่งบรรจุสาหร่ายขนาด 8.5 ซม. X 3.0 ซม. 4 แผ่น จะได้พลังงานไม่ถึง 5 กิโลแคลอรี 

แหล่งไอโอดีนที่สำคัญ 

สาหร่ายทะเลจัดเป็นพืชที่เป็นแหล่งของไอโอดีนที่ดี แต่ปริมาณไอโอดีนมักจะแตกต่างกัน ตามแหล่งผลิตที่ต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นสาหร่ายทะเลปรุงรสหรือไม่ปรุงรสก็พบว่ามีปริมาณไอโอดีนค่อนข้างสูง การกินสาหร่ายทะเลชนิดไม่ปรุงรส เพียง 1/8 ส่วนของจีฉ่าย 1 แผ่น (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 22 ซม.) ใน 1 วัน โดยนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร จะได้รับไอโอดีนเพียงพอต่อความต้องการไอโอดีนต่อวัน ในขณะที่ถ้าเป็นสาหร่ายปรุงรสบรรจุซองที่เด็กๆ นิยม ถ้าจะกินเพื่อให้ได้ปริมาณไอโอดีน 100 % ตามที่ร่างกายต้องการต่อวัน จะต้องกินมากกว่า 50 แผ่น ซึ่งเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมาก ถ้าจะให้แนะนำก็ต้องกินเป็นของว่างประกอบกับอาหารที่เป็นแหล่งไอโอดีนชนิดอื่นๆ ด้วย หรือจะให้ดีกินสาหร่ายชนิดไม่ปรุงรส (จีฉ่าย) ที่ปรุงอาหารบ่อยๆ ก็ทำให้ได้รับไอโอดีนเพียงพอแล้ว ราคาก็ไม่แพง หาซื้อง่าย 

ผงชูรสในสาหร่ายปรุงรส 

ในสาหร่ายปรุงรสบรรจุซองมีปริมาณผงชูรส หรือโมโนโซเดียมกลูตาเมสสูงกว่าจีฉ่ายประมาณ 2-7 เท่า ถ้าเทียบที่ปริมาณเท่ากัน ถ้าเกรงว่าเด็กจะกินสาหร่ายปรุงรสมากๆ แล้วจะได้รับผงชูรสมากเกินไป ก็คงไม่ต้องกลัวมากไป หากลูกของคุณกินไม่มากเกินวันละ 10 ซองต่อวัน ก็คงไม่เป็นปัญหาเพราะปริมาณที่มีอยู่ยังไม่จัดว่ามากจนเป็นอันตราย แต่หากใครที่มีอาการของการแพ้ผงชูรสได้ง่าย ก็คงต้องเลี่ยงมากินแบบไม่ปรุงรสดีกว่า 

ส่วนโซเดียมในสาหร่ายปรุงรสจะมีมากกว่าจีฉ่าย 2-4 เท่า แต่ปริมาณที่มีอยู่ในสาหร่ายปรุงรสถ้าเทียบกับปริมาณที่สามารถกินได้ใน 1 วัน (ประมาณ 8 ซองเล็ก) ก็ไม่ได้ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับโซเดียมมากเกินไป แต่ไม่เหมาะต่อผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และโรคไต 

กินสาหร่ายชนิดไม่ปรุงรสดีกว่า 

จากการวิจัยพบว่าปริมาณที่คนส่วนใหญ่กินต่อ 1 ครั้ง ถ้าเป็นสาหร่ายปรุงรสจะประมาณ 3 ซองเล็ก (12 แผ่น) หรือถ้าเป็นแผ่นใหญ่ ขนาด 9.5 ซม. X 8.5 ซม. ประมาณ 1 ซองครึ่ง (6 แผ่น) ถ้าเป็นจีฉ่ายนำมาประกอบอาหาร 1 ครั้ง ต่อแกงจืด 1 ถ้วย สำหรับ 1 คน ก็ประมาณ 1/5 แผ่นกลม ถ้าเทียบที่ปริมาณที่คนเรากินต่อวันใน 1 ครั้ง จะได้โปรตีน ใยอาหาร และไอโอดีนสูงกว่า ในขณะที่ปริมาณโซเดียมและโมโนโซเดียมกลูตาเมสต่ำกว่าสาหร่ายปรุงรสชนิดบรรจุซอง 

สาหร่ายอัดเม็ด : อาหารเสริมราคาแพง 

ส่วนสาหร่ายอีกชนิดหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสาหร่ายอัดเม็ดที่ขายตามร้านขายยาหรือร้าน Health shop ต่างๆ ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากทะเล แต่เป็นสาหร่ายน้ำจืดนำมาอัดเม็ดบรรจุขวดขาย ราคาค่อนข้างแพง มักใช้กลยุทธ์การขายตรง ถ้าเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวเรียกว่า chlorella ถ้าสาหร่ายหลายเซลล์เรียกว่า Spirulina หรือสาหร่ายเกลียวทอง สาหร่ายพวกนี้จะถูกเลี้ยงในอาหารเลี้ยงที่มีส่วนผสม lecithin หรือทำเป็นน้ำเชื่อมโดยผสมกับน้ำผึ้ง สารอาหารที่เด่นก็คือ โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอจะมีอยู่มาก แต่ที่ต้องระวังในการกินคือมีกรดนิวคลีอิกสูงมาก โดยเฉพาะพบสูงมากในสาหร่ายเกลียวทอง การรับประทานในปริมาณมากจะเสี่ยงต่อโรคเก๊าท์ เช่นเดียวกับพวกที่กินเครื่องในสัตว์ และสาหร่ายน้ำจืดจะไม่เป็นแหล่งของไอโอดีน อันนี้คือข้อแตกต่างจากสาหร่ายทะเล การเลือกซื้อมารับประทานคงต้องคำนึงถึงราคาด้วย เพราะจุดเด่นที่มีมากคือเบต้าแคโรทีน ซึ่งก็จะมีมากในผักผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง หรือผักใบเขียว เช่น ตำลึง แครอท ซึ่งราคาถูกกว่า ดังนั้นรับประทานผัก ผลไม้คงจะประหยัดคุณค่าดีกว่า 

ไม่ว่าคุณจะเลือกกินสาหร่ายชนิดใดนอกจากจะคำนึงถึงรสชาติแล้ว คุณค่าทางโภชนาการก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาประกอบด้วย เทียบกับความคุ้มค่าเงินที่ต้องจ่ายไป นอกจากนี้ มาตรฐานของสาหร่ายจากต่างแหล่งที่มาและแหล่งผลิตยังไม่เป็นที่ยืนยันความปลอดภัยของสารปนเปื้อน ดังนั้นการกินอาหารที่หลากหลายน่าจะเป็นประโยชน์ที่สุด

 
     

ศอกด้าน

พฤษภาคม 18th, 2009


ข้อศอก
จุดด้อยเล็กๆ น้อยๆ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ของความสวยความงามได้ค่ะ  “ปัญหาศอกด้าน หยาบกร้านไม่น่าสัมผัส” เราสามารถหลีกเลี่ยงได้ค่ะ

โดย ระวังไม่ให้ศอกเราไปเสียดสี กระแทกกับสิ่งต่างๆ ไม่เท้าศอกบนโต๊ะ เพราะจะทำให้ศอกด้านได้ง่ายๆ โดยไม่รู้ตัวค่ะ แต่หากว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ล่ะก็ เรามีวิธีแก้ค่ะ

ขั้นตอนก็ง่ายๆ ค่ะ นำโลชั่นถนอมผิวมาทาบริเวณข้อศอก ให้หนาพอประมาณ จากนั้น นำพลาสติกมาหุ้มข้อศอก เอาไว้ เพื่อสร้างไอและความเปียกชื้นให้กับข้อศอก ทิ้งไว้สัก 15-30 นาที แล้วเอาพลาสติกออก ศอกก็จะซึมซับเอาครีมบำรุงเข้าไปได้มากกว่าปกติ ทำเป็นประจำข้อศอกก็จะนุ่มขึ้นค่ะ

วิธีดีๆหลีกเลี่ยง ฝ้า

พฤษภาคม 18th, 2009

แสงแดด

ฝ้า เป็นความผิดปกติของสีผิวบนใบหน้า ส่วนใหญ่พบที่บริเวณโหนกแก้ม เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีถูกกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีมากเกินไป สีผิวบริเวณนั้นจึงเข้มกว่าบริเวณอื่น ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีอย่างผิดปกตินี้มีหลายอย่าง เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจน ยาคุมกำเนิด ภาวะการตั้งครรภ์ ความเครียด ความร้อน และปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือแสงแดด

วิธีป้องกันการเกิดฝ้า คือหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้เช่น

1. หลีกเลี่ยงแสงแดด ด้วยการไม่ออกไปอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลา 9.00-16.00 น. หากเลี่ยงไม่ได้ ควรแต่งกายให้มิดชิดเพื่อปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกแสงแดด หรือ ใช้เครื่องสำอางผสมสารป้องกันแสงแดดช่วยก็ได้

2. สังเกตว่ามีฝ้าเกิดขึ้นหลังการใช้ยาใดบ้าง เช่น ยาประเภทฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือยาคุมกำเนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะอาจเป็นอาการข้างเคียงจากการ ใช้ยานั้นก็ได้

3. รักษาสุขภาพกาย และสุขภาพจิตให้ดี ไม่เคร่งเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมาก ๆ หลีกเลี่ยงมลภาวะต่างๆ

4. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่า แก้สิว แก้ฝ้า หน้าขาวภายใน 7 วัน รับรองหาย ขาดและไม่เป็นอีก เพราะเครื่องสำอางไม่อาจมีสรรพคุณเช่นนั้นได้ มีแนวโน้มว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย ห้ามซื้อ ห้ามขายเพราะมีอันตราย ครีมที่อ้างว่าลอกฝ้าได้นั้นเป็น การโอ้อวดเกินความจริง เพราะฝ้าเป็นความผิดปกติของเม็ดสีที่มีมากเกินไป ซึ่งอยู่ที่ผิวหนัง ชั้นในของใบหน้า ไม่สามารถจะลอกออกมาได้ ปัญหานี้อาจบรรเทาลงด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ลดความเข้มของสีผิวในบริเวณที่เป็น ฝ้า การใช้ผลิตภัณฑ์ทาฝ้ามักจะต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จนกว่าฝ้าจะจางลง และเมื่อหยุดใช้ฝ้ามักจะกลับเป็นอีก การใช้ผลิตภัณฑ์ทาฝ้าจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

วิธี ป้องกันการเกิดฝ้าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า ทั้งนี้สารที่เคยใช้ในเครื่องสำอางทาฝ้าแล้วช่วยให้ฝ้าจางลงได้นั้นมีหลาย ชนิด แต่เป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายในระยะยาว ได้แก่

ปรอท แอมโมเนีย เมื่อใช้ทาฝ้านานๆ จะทำให้แพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดการสะสมของสารปรอทในร่างกาย ไปมีผลให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ไตอักเสบได้

ไฮโดร ควินิน ทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง เกิดเป็นจุดด่างขาวที่หน้า หรือผิวหน้าดำคล้ำเป็น ฝ้าถาวร รักษาไม่หาย ปัจจุบันสารทั้งสองชนิดนี้ถูกจัดให้เป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เนื่องจากอันตรายมากมายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

รอยหมองคล้ำใต้ดวงตา

พฤษภาคม 18th, 2009


ดวงตา

ปัญหารอยหมองคล้ำใต้ดวงตา สร้างความรําคาญใจให้สาวๆ ไม่น้อย โดยพบว่าในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร้อยละ 51.2 ของสาวๆ วัย 20 ปีขึ้นไปมักจะพบว่าบริเวณรอบดวงตามีรอยคล้ำ ซึ่ง เป็นปัญหาสําคัญที่รองลงมาจากปัญหาการเกิดสิว

ปัญหารอบดวงตามีรอยคล้ำ เกิดจากการมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงกรรมพันธุ์ ฯลฯ  ฉะนั้นหากรอบดวงตามีรอยคล้ำ สาวๆ ไม่ควรนิ่งนอนใจควรจะหาทางลดปัญหาเหล่านั้น เพราะเมื่อรอบดวง ตามีรอยคล้ำ ก็จะทําให้เวลาแต่งหน้าหรือแต่งเติมสีสันบนเปลือกตาทําได้ยาก เมื่อทาอายแชโดว์แล้วจะไม่ได้สีตามที่ใจปรารถนาเสมือนการระบายสีบนกระดาษสี หม่นย่อมไม่ได้สีสวย นอกจากนั้นรอยคล้ำยังทําให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหมองคล้ำไม่สดใส และดูแก่กว่าวัยอีกด้วย

แม้ ปัญหาความหมองคล้ำเหล่านี้ จะสามารถกลบเกลื่อนได้ด้วยการแต่งหน้าอย่างมืออาชีพ แต่เพื่อความกระจ่างใสอย่างยั่งยืนแล้ว การแก้ไขจากต้นเหตุน่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง อาทิ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดและการใช้งานของกล้ามเนื้อดวงตาให้น้อยลง ประกอบกับการใช้ผลิตภัณฑ์บํารุงที่ทรงประสิทธิภาพด้วยส่วนผสมของวิตามินซี ที่ช่วยลดเลือนรอยหมองคล้ำและปรับสีผิวรอบดวงตา ควบคู่กับการนวดลดเลือนรอยคล้ำใต้ตา ก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้รอยหมองคล้ำรอบดวงตาหายไป และผิวหน้าก็จะดูเปล่งปลั่งขึ้นด้วยเช่นกัน

ข้อแนะนําเพื่อดวง ตากระจ่างใส

+ หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือขยี้ตา เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา ตลอดจนอาจเกิดการอักเสบอันเนื่องมาจากเชื้อโรคที่ติดอยู่บนมือทั้งสองข้าง ถ้ารู้สึกคันหรือระคายเคืองตา ให้ใช้น้ำยาล้างตาหรือใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดซับเบาๆ พอให้หายคัน

+ เมื่อดวงตาเกิดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ลองหาแตงกวาฝาน หรือถุงชาที่ใช้แล้วแบบแช่เย็น วางไว้บนเปลือกตาสองข้าง นอนพักสักครู่ จะช่วยให้อาการอ่อนล้าดีขึ้น

+ การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร จะช่วยป้องกันรอยคล้ำใต้ตาได้


ผิวหน้าของคุณ อยู่ในประเภทไหนกันแน่?

พฤษภาคม 18th, 2009

สาวสวย เซ็กซี่

ถ้าคุณอยากให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใสแบบสาวสุขภาพดี สิ่งแรกที่คุณต้องรู้อย่าง แน่ชัดให้ได้ก็คือสภาพผิวของคุณอยู่ในประเภทไหน เพื่อที่จะได้รู้ทิศทางว่าจะต้องบำรุงดูแลอย่างไร ถ้าคุณมีผิวผสมแต่นึกว่าตัวเองเป็นคนผิวแห้ง แล้วเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับคนผิวแห้ง ก็อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดีได้ ฉะนั้น ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณอยู่ในประเภทไหน เราก็มีวิธีตรวจสอบผิวมาบอกคุณแล้ว

ขั้นแรกก็ล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้าสำหรับผิวธรรมดาทั่วไป โดยล้างผิวหน้าด้วยน้ำเย็น ซับหน้าให้แห้ง แล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นประมาณ 20 นาที จากนั้นก็ตรวจดูผิวหน้าในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ

ถ้าผิวหน้ามีความมันทั่วทั้งใบหน้า ก็แสดงว่าคุณเป็นคนผิวมัน

ถ้าคุณเห็นความมันเฉพาะบริเวณที-โซน ก็แสดงว่าคุณมีผิวผสม

ถ้าคุณมองไม่เห็นความมันเลย ก็แสดงว่าคุณยังมีผิวปกติ

ถ้าผิวหน้าของคุณจะรู้สึกตึงๆ หรือลอกเป็นขุยขาวๆ ก็แสดงว่าคุณเป็นคนผิวแห้ง

อาหารต้องห้าม ..ในยามบ่าย

พฤษภาคม 18th, 2009

ขนม เค้ก cake

ตอน บ่ายนอกจากจะต้องสู้กับงานแล้ว หญิงเหล็กอย่างเรายังต้องสู้กับความง่วงที่มาพร้อมกับข้าวกลางวันมื้ออร่อย อีกด้วย และถ้าไม่อยากง่วง ก็ควรงดอาหารเหล่านี้

ช็อกโกแลต

นอกจากจะอร่อยแบบไม่มีลิมิตแล้ว ช็อกโกแลตยังมีสาร Phenylethylamine อยู่เพียบ และจะทำให้คุณง่วงนอนได้ในทันทีทันใด นี่ยังไม่นับน้ำตาลและไขมันอีกมหาศาล

ขนมปังขาวและข้าวขาว

ใน แป้งขัดสีจะมีคาร์โบไฮเดรตชนิดเร่งด่วน ซึ่งจะเข้าสู่ตับอ่อนได้ทันที จากนั้นตับอ่อนก็จะหลั่งอินซูลินออกมา ทำให้เลือดมีน้ำตาลเพิ่มขึ้น ทีนี้สมองเราก็จะเบลอ .. เคลิ้ม และหลับ….

ผลิตภัณฑ์นม

ไม่ว่าจะเป็นนมเปรี้ยว โยเกิร์ตหรือชาใส่นม เนื่องจากโปรตีนในนมจะหลั่งกรดอะมิโนออกมา และเมื่อร่างกายมีกรดมากเกินไปเราก็จะง่วงนอน

กล้วย

กล้วย เป็นอาหารแก้เครียด เพราะมันอุดมไปด้วยฮอร์โมนเซโรโทนินและนอร์เอพินฟริน ซึ่งทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา แต่ในสถานการณ์นี้ ความสุขที่คุณได้รับจะมาพร้อมความทุกข์ ถ้าเจ้านายผ่านมาเห็นตอนคุณหลับคาโต๊ะทำงาน

ที่มาจาก spicy

อีกครั้งกับไวท์เทนนิ่ง

เมษายน 24th, 2009

2009-04-21_092830อีกครั้งกับไวท์เทนนิ่ง (อ.ส.ม.ท.)          คำว่าไวท์เทนนิ่ง ก็คือ สารประเภทที่ทำให้ผิวขาว (Whitening Agents) ด้วยกระบวนการหลักของการลดการผลิตเม็ดสีใต้ชั้นผิว ซึ่งอาจจะปรากฏอยู่ในหลายรูปแบบ เช่น เป็นยารักษา , เป็นเครื่องสำอางค์ควบคุม และเป็นเครื่องสำอางที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

          สารที่ทำให้ผิวขาวนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น แบบที่เรียกว่าสารฟอกสี (Bleach Agents) ซึ่งค่อนข้างละเอียดอ่อนและต้องควบคุมโดยแพทย์, แบบเคลือบปกปิด ( Covering Agents) สำหรับใช้ชั่วครั้งชั่วคราว โดยมี Titanium Dioxide เป็นสารหลัก คุณสมบัติของมันก็คือเคลือบผิวเฉพาะกิจพอล้างหรืออาบน้ำก็หลุดออกหมด

 

          สารประเภทที่น่าสนใจ และเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการของไวท์เทนนิ่งเต็มๆ ก็คือ AHA - Alpha Hydroxy Acids หรือกรดผลไม้หลากชนิด, Retinol A,Kojic Acid และ วิตามินบี 3 ผลิตภัณฑ์ของไวท์เทนนิ่งเป็นแหล่งรวมของสารผสมที่ทำงานครอบคลุม

          ปกติผิวของเราจะมีเซลล์สี Melanocytes เป็นตัวกลางสร้างเมลานินมากำหนดสีผิว ไม่ว่าผิวจะคล้ำเข้มทั้งตัวหรือคล้ำเป็นหย่อมๆ เฉพาะที่เนื่องจากโดนกระตุ้นจากปัจจัยใดๆ ก็ตาม แต่การที่เมลาโนไซต์สจะผลิตหรือสร้างเมลานินเมื่อไรนั้น มันจะต้องได้รับคำสั่งจากเอนไซม์ที่ชื่อว่า Tyrosinase เสียก่อน เอนไซม์ไทโรซิแนสตัวนี้เองที่เหล่านักวิชาการความงามให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะหากควบคุมมันได้ ก้จะส่งผลต่อการทำงานของเมลาโนไซต์สด้วยไม่ว่าจะสภาพผิดปกติ หรือสภาพปกติ

          จากการค้นคว้าอย่างต่อเนื่องยาวนานก็ทำให้พบสารที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น โคจิกแอซิด ซึ่งเป็นกระชนิดหนึ่งที่ได้จากการหมักกลูโคสของผลผลิตในธรรมชาติมีคุณสมบัติ บางอย่างที่ช่วยในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิแนส ไม่ให้มันสั่งพร่ำเพรื่อเสียจนผลิตเซลล์เม็ดสีออกมาเกินควร

          ในส่วนของ เอเอชเอ ก็มีคุณสมบัติไปละลายเนื้อเยื่อที่เกาะเกี่ยวอ้อยอิ่งอยู่ตามเซลล์เสื่อม สภาพทั้งหลาย จึงมึผลด้านการผลัดลอกเซลล์ผิวชั้นบน โดยมีเรตินอลเอ เป็นตัวเร่งการผลิตเซลล์ผิวใหม่และวิตามินบี 3 จะไปช่วยลดการกระจายตัวของเซลล์เม็ดสีอีกแรงหนึ่ง

          นอกจากนี้ในผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ยังมีการเติมสารประเภทอะมิโนโปรตีนเสริมเข้าไปเพื่อให้ทั้งแก้ไขปัญหา และบำรุงสภาพผิวพร้อมกันเมื่อทั้งหมดผนึกกำลังทำงานร่วมกันจึงมีส่วนช่วยทำให้ ผิวดูสดใสขึ้นได้

          อย่างไรก็ตาม ข้อสำคัญที่ควรทราบก็คือ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะทั้งเรตินอล เอ และ เอเอชเอ ไม่ชอบแดด โดนเมื่อไรจะยิ่งมีปฏิกิริยาระคายเคืองจึงต้องใช้ควบคู่กับครีมกันแดดเสมอ และแม้ว่าไวท์เทนนิ่งจะช่วยให้ผิวสดใสขึ้น แต่หากใช้อย่างบ้าคลั่งผิวก็มีสิทธิ์อ่อนแอและบางลงได้ง่ายๆ ความที่ทั้งเร่งผลัดลอกเซลล์ผิว และควบคุมกลไกการทำงานของร่างกายมากเกินควร

เทคนิคเลือกซื้อ โยเกิร์ต

เมษายน 27th, 2009

2009-04-22_090929เอ่ยถึง “โยเกิร์ต” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนมชนิดหนึ่ง คงเป็นที่คุ้นเคยกันดีสำหรับคนยุคนี้ที่ได้ยินได้ฟังโฆษณาโหมกระหน่ำถึง คุณประโยชน์ของอาหารจากผลิตภัณฑ์นมชนิดนี้ว่ามันดีต่อสุขภาพจริงๆนะ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ไม่อยากอ้วน

ควรตระหนักว่าโยเกิร์ตที่มีจำหน่ายกันอยู่มากมายในท้องตลาดนั้น เป็นแค่ทางเลือกในการบริโภค ไม่ใช่อาหารหลัก และถ้าจะให้ดีต้องรู้จักวิธีเลือกซื้อด้วย นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” เดือนมีนาคม 2551 ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะนำเคล็ดลับเลือกซื้อโยเกิร์ตให้ได้คุณค่า ไว้ว่า

- ควรเลือกซื้อโยเกิร์ตที่มีวันผลิตใกล้เคียงกับวันที่ซื้อมากที่สุด หรือให้วันหมดอายุเหลือเวลานานหลายวัน

- เลือกซื้อรสธรรมชาติดีกว่าชนิดที่มีการปรุงแต่ง จะได้รับคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า

- ถ้าอยากได้คุณค่าโปรตีนหรือแคลเซียม ควรเลือกดื่มนมสด (รสจืด) ดีกว่า เพราะราคาถูกและคุณค่าทางโภชนาการดีกว่า

- แม้จะเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แต่ทุกยี่ห้อมีน้ำตาล การอ้างว่าไขมันต่ำหรือไม่มีไขมันไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โยเกิร์ต 1 ถ้วยที่นำมาทดสอบให้พลังงานระหว่าง 80-150 กิโลแคลอรี ถ้าอยากลดน้ำหนัก ให้กินอาหารหลักในปริมาณพอดีและงดโยเกิร์ตจะดีกว่า

- คนที่สุขภาพแข็งแรง และกินอาหารที่ดีมีประโยชน์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินโยเกิร์ตก็ได้

ข้อสุดท้าย นมเปรี้ยวชนิดพร้อมดื่ม (UHT) ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะรสชาติอร่อย แต่ไม่แนะนำให้ซื้อ โดยเฉพาะกับเด็กวัยเติบโต เพราะนำนมพร่องมันเนยหรือหางน้ำนมมาหมักด้วยจุลินทรีย์แล้วแต่งด้วยสี กลิ่น หรือน้ำผลไม้ เพื่อปรุงแต่งรสชาติ ปริมาณโปรตีนจะลดลงเพราะถูกเจือจางด้วยน้ำ และได้รับน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น เพื่อให้รสหวานถูกลิ้นคนไทย

รู้ข้อมูลแล้วลองพิจารณากันดูว่าโยเกิร์ตแบบไหนเหมาะกับคุณ.

ดูแลผมสวยด้วยน้ำส้มสายชู

เมษายน 27th, 2009

2009-04-22_090950

การใช้น้ำส้มสายชู นอกจากจะช่วยให้มีเส้นผมเป็นเงางามแล้ว ยังช่วยคืนสภาพเส้นผมที่แห้ง และแตกปลายให้กลับมีสุขภาพดีขึ้นด้วย1. เติมน้ำส้มสายชู 4 ช้อนชา ลงในแชมพู 2 ช้อนโต๊ะ ชโลมให้ทั่วศรีษะขณะสระผม

 

2. ใช้น้ำส้มสายชูชนิดใสสำหรับสีผมอ่อน และน้ำส้มสายชูบัลซามิค สำหรับผมที่มีสีเข้ม

3. น้ำส้มสายชูที่ทำจากแอปเปิ้ล จะช่วยในการขจัดแชมพูส่วนเกินที่ตกค้างอยู่บนหนังศรีษะ และ ปรับสภาพเส้นผมได้เป็นอย่างดีเมื่อใช้ในการล้างผมขั้นสุดท้ายอาจผสมน้ำอุ่น ในปริมาณที่เท่ากันก่อนใช้ก็ได้

4. ใช้น้ำส้มสายชูชนิดใสครึ่งถ้วยผสมน้ำมะนาวครึ่งถ้วย หมักผม 10 นาที ก่อนสระผมจะช่วยให้สีผมที่คุณย้อมไว้เข้มขึ้น

5. ผสมน้ำส้มสายชู ชนิดที่ทำจากไวน์กับซอสถั่วเหลือง ใช้หมักผมและทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนล้างออกจะช่วยขับสีผมที่เข้มหรือดำให้ดำขึ้นทีละน้อย ทั้งนี้นอกจากซอสถั่วเหลืองจะมีโปรตีนที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นแล้ว ยังมีเม็ดสีซึ่งจะช่วยให้ผมดำเข้มขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของเห็ดหอม

เมษายน 24th, 2009

2009-04-22_092153ประโยชน์ของเห็ดหอม          ทราบหรือไม่ว่า เห็ดหอมมีประโยชน์มากมาย วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ออนมีเรื่องนี้มาฝาก…

 

          ประโยชน์ของเห็ดหอม คือ บำรุงสมอง เพิ่มความสดชื่น คึกคัก ลดคอเลสเตอรอล ช่วยในระบบย่อยอาหาร ป้องกันหลอดเลือดแดง แข็งตัว ต้านมะเร็ง รักษาหอบหืด ลดความเครียด ต้านไวรัส บำรุงระบบประสาท ช่วยให้หลับง่าย บำรุงปอด บำรุงหลอดลม ชะลอความชรา ฯลฯ

          ควรบำรุงสุขภาพด้วยการนำเห็ดหอมมาปรุงอาหารทุกๆ สัปดาห์เป็นประจำ โดยนำมาปรุงเป็นอาหารจานผัดๆ ต้มๆ แต่ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไป

          รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากมีสุขภาพดี อย่าลืมหาเห็ดหอมมารับประทานกัน

วิธีรับประทาน ไม่ให้ง่วงซึมหลังเที่ยง

เมษายน 27th, 2009

2009-04-23_111558

 

หลายๆ คนพอหลังอิ่มแปล้จากมื้อเที่ยงแล้วจะรู้สึกขี้เกียจ เซื่องซึม สลบไสล เฉี่อยชาไม่อยากทำงาน ถ้าได้หลับซักงีบคงดีเยี่ยม ว่ากันว่าช่วงเวลา Twilight zone ที่จะเกิดอาการเช่นนี้ คือช่วงเวลาบ่างโมง - 4 โมงเย็น

 กินอาหารเช้าให้ถูกหลัก คือกินภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่นนอน อาหารเช้าที่ดีจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสมดุลไปตลอดวัน แถมด้วยอาหารประเภทโปรตีนไขมันต่ำปริมาณเล็กน้อยในตอนเช้า และทุกมื้อระหว่างวัน เพราะจะให้พลังงานได้ยาวนาน เช่น ไข่ นมสักแก้ว โยเกิร์ต กับขนมปังธัญพืชปิ้งสักแผ่น

- กินอาหารเที่ยงให้พลังงานสูง ประกอบด้วยโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งโปรตีนจะกระตุ้นสารในสมองคือ catecholamines ที่จะทำให้คุณกระฉับกระเฉง ลองเลือกไก่ (ต้องทำให้สุกๆ ก่อน) อาหารทะเล เนื้อ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ผักต่างๆ เช่น บล็อคโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง และผลไม้สัก 1 ส่วน

- เลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน บุหรี่ เพราะเป็นตัวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งไกว การดื่มกาแฟยังทำให้ปัสสาวะบ่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างกายสูญเสียน้ำและระดับเกลือแร่

- ดื่มน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าไม่มีแคลอรี ไม่มีไขมัน ไม่มีโคเลสเตอรอล แต่จะช่วยระบบการเผาผลาญไขมันและฟื้นชีวิตชีวาคืนพลังงานให้กับร่างกายด้วย น้ำยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ลำเลียงออกซิเจน ฮอร์โมน สารอาหาร ภูมิต้านทาน และเพิ่มประสิทธิภาพของโปรตีนและเอนไซม์ที่จำเป็นต่ำระบบเมตาบอลิซึมด้วย

- หยุดแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้คุณรู้สึกเซื่องซึม เหตุผลคือร่างกายสูญเสียสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินบี (ไธอามีนและโพเลท) ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่สมองต้องการ

- เลือกกินเมื่อรู้สึกหิว ถ้าคุณรู้สึกเพลียให้กินผลไม้หรืออาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชต่างๆ แทน การกินของขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลจะทำให้คุณกระชุ่มกระชวยเพียงชั่ววูบแล้วก็จะหมดแรงลงอย่างรวดเร็ว ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงโซดาหรือน้ำหวานในช่วงบ่าย ของขบเคี้ยวแก้หิวเพื่อสุขภาพที่ขอแนะนำ เช่น คุกกี้ที่ผสมผลไม้ คุกกี้ผสมข้าวโอ๊ต องุ่นสักพวง โยเกิร์ต แครอท เซเลอรี ถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น

- หลับตาสักงีบ ถ้าคุณรู้สึกง่วงมากจริงๆ อย่างเลือกที่จะดื่มกาแฟ แต่ลองหลับตาหรืองีบสัก 10-15 นาที ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาก

- อยู่ห่างๆ อาหารไขมันสูง เช่น ชีส เนย มาการีน ครีม อาหารทอดทั้งหลาย เพราะจะมีแคลอรี่สูง ร่างกายต้องใช้พลังงานเผาผลาญมาก และจะทำให้คุณรู้สึกเฉี่อยชา

- ออกกำลังกาย เป็นทางที่ดีที่จะชาร์ตแบตเตอรี่คืนมาอีกครั้งให้ร่างกายตื่นตัว เมื่อรู้สึกเหนื่อยจนเอนเดอร์ฟินหลั่งในระดับสูง ก็จะช่วยให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งก็จะช่วยฟื้นพลังงานให้คุณ ลองง่ายๆ เดินรอบๆ สำนักงานสัก 10 นาที นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานแล้วยืดกล้ามเนื้อ บิดบริหารร่างกายสักครู่ก็จะช่วยเพิ่มความตื่นตัวให้คุณได้พอควร

การล้างลำไส้ทำให้อาการสิวดีขึ้น

เมษายน 27th, 2009

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถลดการเกิดสิวได้ ซึ่งได้ข้อมูลจากการรวบรวมจากคนที่เคยทำการล้างลำไส้และช่วยให้อาการสิวดีขึ้น

วิธีการต่าง ๆ ที่นำมาเสนอนี้เป็นเพียงตัวอย่างของการทำความสะอาดระบบย่อยเท่านั้น จึงควรพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย วิธีที่จะกล่าวนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยทำความสะอาดระบบย่อยมาก่อนเลย และสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยระดับกลาง หรือทำความสะอาดเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดกับระบบย่อย ระยะห่างในการทำความสะอาดนี้โดยปกติแล้วจะอยู่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง

1.Activated Charcoal
ช่วยบีบรัดลำไส้ให้ขับสารพิษออกไป และช่วยทำลายแบคทีเรียที่ไม่มีประโยชน์ออกไปทางอุจจาระ Activated Charcoal ให้รับประทาน 500-600 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง

สามารถหาซื้อและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.pharm.chula.ac.th/osotsala/otcproject/2.html

2.Bentonite Clay
หากไม่สามารถหา Activated charcoal ได้ ก็สามารถใช้โคลน Bentonite แทนได้ ซึ่งเป็นโคลนที่สามารถรับประทานได้ ทำหน้าที่ช่วยให้ระบายโดยการดูดซึมน้ำและเปลี่ยนเป็นเจล และบีบรัดสารพิษเช่นพวกยาฆ่าแมลงให้รวมอยู่ในโคลนแล้วเคลื่อนออกไปทางลำไส้ โคลน Bentonite สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสุขภาพ โดยรับประทานโคลน 1 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง วันละ 2-3 ครั้ง

หมายเหตุ: ในบ้านเราอาจจะหา Activated Charcoal ง่ายกว่า

3.Psyllium
เป็นใยอาหารที่ช่วยให้การทำงานของลำไส้เป็นไปได้อย่างปกติ ช่วยทำความสะอาดน้ำเมือกที่อยู่ในลำไส้และเพิ่มปริมาณอุจจาระ รับประทาน ซิลเลี่ยม 1 ช้อนชา วันละ 3 ครั้ง โดยชงซิลเลี่ยม 1 ช้อนชาในน้ำเปล่า 1 แก้ว (240 มล.) แล้วรับประทานทันที สามารถรับประทานร่วมกับ activated charcoal หรือหากใช้โคลน Bentonite ก็นำมาชงรวมกันกับซิลเลี่ยมได้เลย

สามารถหาซื้อและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.gnc.co.th/solution.php?solution_id=55

4.Probiotics
ระบบย่อยนั้นจะรักษาความสมดุลระหว่างจุลินทรีย์ที่ดีและจุลินทรีย์ที่อันตรายต่อร่างกาย Probiotics เป็นรูปของอาหารเสริมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ได้มีการใช้กันมานานหลายปีแล้ว เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณของแบคทีเรียที่ทำหน้าที่ปกป้องและรักษาสภาพร่างกายให้สมดุล ให้รับประทาน probiotics ต่ออีกประมาณ 1 เดือนหลังจากทำความสะอาดลำไส้แล้ว

- - วิธีการเลือกอาหารเสริม probiotics
Probiotics ที่นิยมกันทั่วไปและให้ประโยชน์สูงคือ Lactobacillus acidophilus สำหรับลำไส้เล็ก และ Bifidobacterium bifidum สำหรับลำไส้ใหญ่ ให้เลือกชนิดที่มีสองอย่างนี้รวมอยู่ด้วยกัน - - ควรเก็บ Probiotics ไว้ในตู้เย็นเสมอ ก่อนและหลังการเปิดขวดแล้ว

5.รับประทานผักผลไม้สด
ผักสด - - ยกเว้นข้าวโพด ซึ่งอาจเป็นอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ อาหารที่ดีต่อโปรแกรมทำความสะอาดลำไส้คือ บร๊อคโคลี่, ดอกกะหล่ำ, หอมใหญ่, กระเทียม, ผักกาดหัว, ผักสีเขียวและสีแดง อาหารที่รับประทานนั้นควรเป็นผักและผลไม้ในสัดส่วนที่ 40% ของมื้ออาหาร
ข้าว - - ข้าวนั้นย่อยได้ง่าย เลือกเป็นข้าวกล้องจะดีกว่าข้าวขาว
ถั่ว - - ถั่วเขียวและถั่วเหลืองนั้นย่อยได้ง่ายและใช้เวลาน้อยกว่า ถั่วแดงและถั่วอื่น ๆ
ผลไม้เปลือกแข็ง - - ถั่วเปลือกแข็งแบบไม่เค็ม
ปลา - - ต้ม, ปิ้ง, นึ่ง
เพิ่มเติม - - น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์, น้ำมันเมล็ดองุ่น
ชาสมุนไพร - - ชาที่ไม่มีคาเฟอีน ยกเว้นชาเขียว
น้ำเปล่า, น้ำมะนาว, น้ำผลไม้, น้ำนมข้าว

อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง

น้ำตาล - - น้ำตาลที่ผ่านกรรมวิธี และเครื่องปรุงที่ผสมน้ำตาลผ่านกรรมวิธีเช่นซูโครส, เด็กซ์โตรส, คอร์นไซรัป, น้ำตาลทรายแดง และหลีกเลี่ยงสารให้ความหวาน

ผลิตภัณฑ์จากนม - - นม, ไข่, เนย และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากนม
ข้าวสาลี และผลิตภัณฑ์ที่ผสมข้าวสาลี
ข้าวโพด - - ข้าวโพดและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากข้าวโพด
ยีสต์
คาเฟอีน - - กาแฟ, ทั้งแบบปกติและแบบปราศจากคาเฟอีน, ชาดำ, ชาเขียว และเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน
เนื้อแดง – แอลกอฮอล์ – สารปรุงแต่งอาหาร, สารกันเสีย – ช๊อคโกแลต - อาหารที่มีไขมันสูง

6.น้ำซุปผัก
มีส่วนประกอบของแร่ธาติต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการทำความสะอาดเนื้อเยื่อ ให้ดื่มวันละ 2 ถ้วย

7. น้ำดื่ม
การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อรับประทาน psyllium, activated charcoal หรือโคลน bentonite ให้ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-12 แก้ว ในการคำนวณปริมาณน้ำที่ดื่มเข้าไปต่อวันนั้น อย่าลืมคำนวณชาสมุนไพร และน้ำซุปผักเข้าไปด้วย

8.การอาบน้ำร้อนสลับเย็น
เป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด, เพิ่มการขับสารพิษ และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ช่วยนำสารอาหาร, ออกซิเจน และและเซลล์คุ้มกัน เพื่อขจัดเนื้อเยื่อที่เกิดจากความเครียดออกไป โดยการเผาผลาญขยะเหล่านี้
เริ่มจากการอาบน้ำร้อนเป็นเวลา 3 นาที แล้วตามด้วยน้ำเย็นไม่เกินหนึ่งนาที เริ่มกระบวนการนี้ทั้งหมดอีกหนึ่งรอบ และทุกครั้งที่จบให้จบด้วยน้ำเย็น (เช่น น้ำร้อน 3 นาที – น้ำเย็น 1 นาที – น้ำร้อน 3 นาที – น้ำเย็น 1 นาที)

PHP BASIC (สอน PHP เบื้องต้น)

เมษายน 28th, 2009

ชั่วโมงที่ 1-8

  • ทำความรู้จักกับ PHP , ความสามารถของ PHP , แนวโน้ม PHP ในตลาดโปรแกรมมิ่ง
  • Start PHP - จำลองเครื่องเป็น Web Server , ติดตั้ง PHP , MySQL โปรแกรมที่ใช้งานคู่กัน
  • PHP and Html - การเขียน TAG PHP แทรกลงใน html , การใช้งาน CSS , สร้างตาราง
  • PHP Basic - การใช้งานตัวแปร , คำสั่งทางคณิตศาสตร์ , Operation
  • Condition - คำสั่งเงื่อนไข IF Else , Switch , While do , For
  • Workshop - เขียนโปรแกรมตัดเกรด โดยกำหนดเงื่อนไข

ชั่วโมงที่ 9 - 16

  • การสร้าง Form ใน html เพื่อส่งข้อมูลต่อให้ PHP
  • องค์ประกอบของ Form , Input textfield , password , checkbox , Textarea , list , select
  • การอัพโหลดไฟล์ , อัพโหลดรูปภาพผ่านฟอร์ม
  • การอัพโหลดไฟล์ ครั้งละหลายไฟล์
  • การตรวจสอบฟอร์มด้วย Javascript ( กรอกข้อมูลถูกต้องหรือไม่ , กรอกครบช่องรึยัง )
  • Workshop : ทำแบบฟอร์มส่งข้อมูล / ฟอร์มสมัครสมาชิก
  • Array ประเภทของ array , การสร้าง array เพื่อเก็บข้อมูล
  • การแสดงผลข้อมูลของ array ด้วยวิธี เรียกทีละตัว , วิธีวนลูปมาแสดงทั้งหมด
  • การสร้างและใช้งาน Array หลายมิติ
  • Workshop : เขียนโปรแกรมเก็บข้อมูลสมาชิกโดย array

ชั่วโมงที่ 17 - 24

  • Function - การเริ่มใช้งาน Function
  • ฟังก์ชันที่ PHP 5 มีมาให้
  • ฟังก์ชันส่งเมล์
  • String Function , Datetime Function
  • การเขียนฟังก์ชัน ไว้ใช้งานเอง
  • Workshop : เขียน Function เพื่อลดความซ้ำซ้อนของโปรแกรม
  • Session - การใช้งาน Session , การลบค่า Session
  • Cookies - การสร้าง cookie ไว้ใช้งาน การเรียกค่า cookie
  • Workshop การส่งข้อมูลข้าม page โดย Session , เก็บข้อมูลผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ โดย cookie
  • File - การเขียนโปรแกรมติดต่อกับไฟล์ ภายนอก การอ่านไฟล์ , เขียนไฟล์ , ลบไฟล์

ชั่วโมงที่ 25 - 32

  • Database MySQL - การสร้างฐานข้อมูล
  • การสร้างตาราง ออกแบบตาราง และชนิดของข้อมูลใน MySQL
  • คำสั่งในการ query
  • การ join ตาราง
  • การเขียน Query แบบซับซ้อน
  • การแสดงผลข้อมูลจาก Database ( Select , INSERT , UPDATE , Delete ) record
  • ใช้ phpMyAdmin จัดการฐานข้อมูล
  • workShop : ทำระบบเก็บข้อมูลสมาชิก ลงในฐานข้อมูล

ชั่วโมงที่ 33 - 40

  • Algorithm - รูปแบบการวางโครงสร้างโปรแกรม การเขียน Flow Chart
  • การเขียนโปรแกรมแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ , ฟิสิกส์ , วิศวกรรม
  • PHP Workshop - ทำระบบ Guestbook , Webboard , ทำหน้าเว็บไซต์รับสมัครสมาชิก , ตะกร้าสินค้า
  • PHP Test - ทดสอบความสามารถทาง PHP
  • MySQL Test - ทดสอบความสามารถทาง MySQL
  • ตัวอย่างข้อสอบ PHP MySQL สำหรับเข้าทำงาน ,
  • จบหลักสูตร : เฉลยข้อสอบทั้งหมด , แจก DVD , Ebook
สิ่งที่จะได้ใน Course เรียน PHP BASIC
ราคาถูกกว่า
บริการของเราราคาถูกกว่าที่อื่น คิดค่าเรียน ค่าเรียนอยู่ที่เพียง ชั่วโมงละ 100 กว่าบาท เท่านั้น !
เรียนซ้ำได้ตลอด
หากไม่เข้าใจสามารถเข้ามาเรียนซ้ำได้ ไม่มีการ charge ค่าเรียนเพิ่ม
มี E-book แจกฟรี
สำหรับผู้ที่ชอบอ่าน ทางเรามี E-book write เป็น DVD แจกให้ มากมาย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ได้ปฏิบัติจริง
เรียนที่นี่ จะได้พบการเรียน แบบ Learning by Doing คือได้เรียนรู้ด้วยการฝึกปฏิบัติ ทุก ๆ สิ่งที่ทางเราสอน คุณจะได้ ทดลองเขียนด้วยตัวเอง เห็นผลการใช้งานของโปรแกรม และเพื่อฝึกทักษะ
มีข้อสอบ เข้าทำงานให้ลองทำ
หากท่านที่ต้องการมาลงคอร์สเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสอบเข้าทำงาน และมีการเฉลยข้อสอบเข้าทำงาน ในช่วงสุดท้ายของการเรียนคอร์ด Basic
* พิเศษ โปรโมชั่น PHP BASIC ประจำเดือน ก.ค. นี้ เรียนวันจันทร์-ศุกร์ ลด 5% , พาเพื่อนมาเรียนลด 5%

 

 


PHP Advance (สอน PHP ระดับสูง)

ชั่วโมงที่ 1-8

  • PHP Algorithm - การเขียน algorithm ที่ซับซ้อน
  • ดูตัวอย่างโจทย์ algorithm ที่เป็นข้อสอบเข้าทำงาน
  • OOP การเขียนโปรแกรมแบบ Object
  • การสืบทอด Class
  • การประยุกต์ใช้งาน

ชั่วโมงที่ 9 - 16

  • Workshop - Shopping Cart System
  • วางระบบ วางแผนการทำงาน เตรียมหน้า page
  • ออกแบบฐานข้อมูล
  • เขียนโค้ด ในแต่ละส่วน สมาชิก (member ) , หน้าร้าน ( Frontend ) , หลังร้าน ( Backend ) , ระบบรายงานยอดขาย ( Report)

ชั่วโมงที่ 17 - 24

  • Shopping Cart System ในส่วนการใส่ข้อมูลร้านค้า , ข้อมูลสมาชิก
  • ทดสอบระบบร้าน และแก้ไข Bug
  • การอัพโหลดระบบ ขึ้นบน Hosting จริง และ ปรับแต่งให้ใช้งานได้จริง

ชั่วโมงที่ 25 - 32

  • Framework ที่คนใช้ cakephp , Codeigniter , Symfony
  • ทดลองใช้งาน Cakephp framework ที่คนใช้เป็นอันดับ 1
  • Advance Database การ Left join , Inner Join , Group by
  • การทำ subQuery การ optimize querystring
  • เขียนเงื่อนไขในการ select เช่น IF

ชั่วโมงที่ 33 - 40

  • สอบ PHP Advance
  • รวมข้อสอบ เข้าบริษัทชั้นนำในประเทศไทย
  • ติว php Advance เตรียมความพร้อมก่อนสอบ
  • เฉลยข้อสอบทั้งหมด และให้คำแนะนำในการหางาน และการสัมภาษณ์เข้าทำงาน
สิ่งที่จะได้ใน Course เรียน PHP Advance
ราคาถูกกว่า
บริการของเราราคาถูกกว่าที่อื่น คิดค่าเรียน ค่าเรียนอยู่ที่เพียง ชั่วโมงละ 100 กว่าบาท เท่านั้น !
เรียนซ้ำได้ตลอด
หากไม่เข้าใจสามารถเข้ามาเรียนซ้ำได้ ไม่มีการ charge ค่าเรียนเพิ่ม
มี E-book แจกฟรี
สำหรับผู้ที่ชอบอ่าน ทางเรามี E-book write เป็น DVD แจกให้ มากมาย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ได้ปฏิบัติจริง
เรียนที่นี่ จะได้พบการเรียน แบบ Learning by Doing คือได้เรียนรู้ด้วยการฝึกปฏิบัติ ทุก ๆ สิ่งที่ทางเราสอน คุณจะได้ ทดลองเขียนด้วยตัวเอง เห็นผลการใช้งานของโปรแกรม และเพื่อฝึกทักษะ
มีข้อสอบ เข้าทำงานให้ลองทำ
หากท่านที่ต้องการมาลงคอร์สเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสอบเข้าทำงาน และมีการเฉลยข้อสอบเข้าทำงาน ในช่วงสุดท้ายของการเรียนคอร์ด Basic
* พิเศษ โปรโมชั่น PHP Advance ประจำเดือน ก.ค. นี้ เรียนวันจันทร์-ศุกร์ ลด 5% , พาเพื่อนมาเรียนลด 5%

 

 


SEO - สอนโปรโมทเว็บ , สอน โปรโมทเว็บไซต์

ชั่วโมงที่ 1-7

  • รู้จักกับ Serch Engine ที่มีผู้ใช้งาน 10 อันดับแรก ทั่วโลก
  • วิธีการเก็บข้อมูลของ Search Engine
  • หลักการเรียงลำดับข้อมูลที่ถูก Indexed ของ Search Engine
  • การเรียกดูหน้าเว็บที่ถูก Indexed , จำนวน link ของเว็บไซต์ ที่เชื่อมโยงมาหา เว็บไซต์ ของเรา
  • หลักพื้นฐานของการ โปรโมทเว็บ

ชั่วโมงที่ 8 - 14 On-Page Factor

  • การวางโครงสร้างภายในของเว็บไซต์สำหรับเริ่ม โปรโมทเว็บ ( On-Page Factor )
  • domainname และ URL มีผลต่อการทำ SEO อย่างไร
  • การเขียน Title ความสำคัญของ Title
  • meta ประเภทต่าง ๆ และความสำคัญ
  • การวาง content เว็บไซต์ และการให้ความสำคัญ ของ content
  • การวาง keywords

ชั่วโมงที่ 15 - 22

  • การทำ SEO ในส่วน ภายนอก ( Off-page Factor )
  • Link - Oneway link , Two way link , คุณภาพของ link
  • Pagerank ความสำคัญของ Pagerank วิธีวัดค่า pagerank , วิธีการเพิ่มค่า pagerank เว็บไซต์
  • การ Submit เว็บไซต์ ใน Directory ต่าง ๆ , DMOZ

ชั่วโมงที่ 23 - 30

  • การทดลอง ทำ SEO ลอง โปรโมทเว็บ กับเว็บไซต์จริง ๆ
  • การวิเคราะห์เว็บไซต์ในส่วนของ SEO ผู้เยี่ยมชม , ความพึงพอใจของผู้เยี่ยมชม , หน้าที่ถูกเข้ามากที่สุด
  • SEO Tools ทั้งในส่วนการวัดความเร็วการโหลด , ขนาดเว็บไซต์ , จำนวน Backlink , จำนวนหน้าที่ถูก Indexed
  • เครื่องมือวัดสถิติ เช่น Google Analytics การใช้สมัครใช้บริการ เมนูในส่วนต่าง ๆ
  • Webmaster Tools เครื่องมือในการวัดความสำเร็จทางด้าน SEO
  • เครื่องมือในการหา Keywords มองแนวโน้ม Keywords - Google Trends
  • ข้อสอบ E-marketing และ SEO
สิ่งที่จะได้ใน Course เรียน โปรโมทเว็บ สอนโปรโมทเว็บไซต์
ราคาถูกกว่า
บริการของเราราคาถูกกว่าที่อื่น คิดค่าเรียน ค่าเรียนอยู่ที่เพียง ชั่วโมงละ 100 กว่าบาท เท่านั้น !
เรียนซ้ำได้ตลอด
หากไม่เข้าใจสามารถเข้ามาเรียนซ้ำได้ ไม่มีการ charge ค่าเรียนเพิ่ม
มี E-book แจกฟรี
สำหรับผู้ที่ชอบอ่าน ทางเรามี E-book write เป็น DVD แจกให้ มากมาย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ได้ปฏิบัติจริง
เรียนที่นี่ จะได้พบการเรียน แบบ Learning by Doing คือได้เรียนรู้ด้วยการฝึกปฏิบัติ ทุก ๆ สิ่งที่ทางเราสอน คุณจะได้ ทดลองเขียนด้วยตัวเอง เห็นผลการใช้งานของโปรแกรม และเพื่อฝึกทักษะและ คุณได้ โปรโมทเว็บ ของคุณ และได้รับคำแนะนำการ โปรโมทเว็บ ของคุณจาก อาจารย์ผู้สอน
มีข้อสอบ เข้าทำงานให้ลองทำ
หากท่านที่ต้องการมาลงคอร์สเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสอบเข้าทำงาน และมีการเฉลยข้อสอบเข้าทำงาน ในช่วงสุดท้ายของการเรียน
* พิเศษ โปรโมชั่น SEO ประจำเดือน ก.ค. นี้ เรียนวันจันทร์-ศุกร์ ลด 5% , พาเพื่อนมาเรียนลด 5%